กำจัดขนได้มากกว่า 1,000,000,000 ครั้ง!! Diolight เลเซอร์กำจัดขนถาวร (พร้อมโปรสุดพิเศษ)

อัพเดตเมื่อ: พ.ค. 21



ดัชนี
เทคโนโลยี Diode laser 
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการกำจัดขน 
เปรียบเทียบการกำจัดขนด้วยวิธีต่างๆที่นิยมในปัจจุบัน
    1. การโกน 
    2. การถอน 
    3.  เทคโนโลยีการกำจัดขนต่างๆ
ระยะเวลาการรักษาด้วยแสงเลเซอร์
ข้อแนะนำหลังทำ
Diolight เครื่องเลเซอร์กำจัดขนถาวร
การเลือกเครื่อง LASER กำจัดขนที่ดี ควรดูจาก
ภาพแสดงผลลัพท์จากการใช้เครื่อง Diolight
จุดเด่นของเครื่อง Diolight
Certificate 
รีวิวจากลูกค้า
นัด Demo วันนี้ รับทันที !!! 

Diolight (Diode laser) เป็นการกำจัดขนด้วย Diode LASER อาศัยหลักการทฤษฎี Selective Photothermolysis โดยการทำงานของเลเซอร์เพื่อให้เกิดผลของการรักษานั้น ต้องเลือกความยาวคลื่นที่เหมาะสม แสงจะถูกดูดซับตามผิวหนังหรือเป้าหมายที่ต้องการ เกิดความร้อนและทำลายเนื่อเยื่อหรือเซลล์ในตำแหน่งที่ต้องการอย่างเหมาะสมทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงในการรักษา Diode LASER เป็นเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นในช่วง 808 nm ซึ่งเม็ดสีในเส้นขนสามารถดูดซับได้ค่อนข้างมาก สามารถลงลึกถึงผิวหนังชั้นในส่วนลึกได้ โดยไม่สูญเสียพลังงานไปกับน้ำที่ผิวหนัง ทำให้ใช้พลังงานน้อยๆก็ลงลึกถึงรากขน ทำให้คนไข้ไม่รู้สึกเจ็บขณะทำและมีโอกาสเบิร์น ของผิวน้อยมาก จึงทำให้มีความสามารถในการกำจัดขนสูงเมื่อเทียบกับการใช้เลเซอร์ชนิดอื่น ๆ


เป้าหมายในการทำลายของ Diode LASER คือ Melanin pigment ที่รากขนจะดูดซับพลังงานแสง หลังจากนั้นพลังงานแสงจะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน เกิด thermal necrosis ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณที่มีเซลล์เม็ดสีถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว เส้นขน รากขน หลอดเลือดขนาดเล็กๆที่หล่อเลี้ยงในบริเวณดังกล่าว (ที่ทำหน้าที่ทั้งการสร้างเซลล์ใหม่และบำรุงรักษาเซลล์) รวมถึงเนื้อเยื่อต่างๆที่ทำหน้าที่ผลิตขนก็จะถูกทำลายไปด้วยเช่นกัน ขนจึงไม่สามารถงอกกลับมาได้ เป็นผลให้วงจรการเกิดขนใหม่ช้าออกไปเรื่อยๆ เส้นขนที่เกิดใหม่จะมีขนาดที่เล็กลง สีอ่อนลง และจะค่อยๆ ขึ้นน้อยลง หากเลเซอร์ซ้ำๆ เส้นขนก็จะค่อยๆหมดไปในที่สุด


ปัจจัยที่ส่งผลต่อการกำจัดขน


1. ขนาดและสีของเส้นขน ข้อสำคัญในการกำจัดขนของเลเซอร์ในปัจจุบัน คือ ขนาดและสีของเส้นขน เส้นขนจะมีสีอย่างไรขึ้นอยู่กับ Melanocytes ที่อยู่ใน Hair matrix ว่าสร้าง Melanin pigments ชนิดใดขึ้นมา ซึ่งปัญหาใหญ่ๆในการทำเลเซอร์กำจัดขนในปัจจุบันคือ สีผิวเข้มและสีของเส้นขนอ่อน ยิ่งเส้นขนมีความอ่อนมากเท่าไร ยิ่งกำจัดได้ยาก ต้องตั้งค่าพลังงานที่สูงขึ้น เสี่ยงต่อการ Burn ของผิวชั้นบนได้ Diode Laser สามารถกำจัดขนได้ทุกแบบ และไม่ว่าผิวแบบไหนก็สามารถทำ Diode LASER ได้ เนื่องจากเลเซอร์ชนิดนี้ค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิว และยังมีความยาวคลื่นที่ลงผ่านผิวหนังได้ลึก และไม่ทำปฎิกิริยากับเม็ดสีเมลานินในผิวหนัง




2. ช่วงเวลาวัฏจักรการกำเนิดขน ช่วงเวลาของการกำจัดขนก็มีความสำคัญต่อการกำจัดขนให้ได้ผลดี เพราะขนที่จะถูกกำจัดได้ดีโดย Diode Laser จะเป็นขนในช่วง Anagen เพราะจะมีเซลล์ที่กำลังแบ่งตัวเจริญเติบโต และขนในช่วงนี้จะมีปริมาณ Melanin จำนวนมาก เส้นขนที่งอกขึ้นมาใหม่หลังจากที่ถูกทำลายโดยเลเซอร์ (Regeneration) จะมีลักษณะเส้นขนขนาดเล็กลง และมีปริมาณเม็ดสีน้อยลงด้วย ดังนั้นถ้าปริมาณของเม็ดสีในรากขนและเส้นขนมีจำนวนมาก การกำจัดขนโดยเลเซอร์จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การกำจัดขนด้วยเลเซอร์ควรมีการทำซ้ำอย่างน้อย 4-6 ครั้งขึ้นไปเพื่อผลลัพธ์ที่ดี เนื่องจากเส้นขนในบริเวณเดียวกัน อาจอยู่ในระยะที่ต่างกัน ดังนั้นเส้นขนมีการเปลี่ยนวงจรตลอด แต่มีแค่วงจรระยะเจริญ (anagen)เท่านั้น ที่สามารถตอบสนองการรักษาได้ดีเป็นพิเศษ จึงต้องใช้เวลาเพื่อที่จะรอให้เส้นขนในระยะอื่นๆกลับเข้าสู่ระยะเจริญ (anagen) อีกครั้ง เพื่อที่จะกำจัดขนได้ทั้งหมด

เปรียบเทียบการกำจัดขนด้วยวิธีต่างๆที่นิยมในปัจจุบัน


1. การโกน

เป็นวิธีการกำจัดขนที่ง่าย แต่ให้ผลเพียงชั่วคราวเพียง 1 – 3 วัน เส้นขนก็จะกลับขึ้นมาใหม่ ทำให้ต้องทำซ้ำบ่อย ๆ เป็นประจำทุกวันหากต้องการมีผิวที่เรียบเนียน เนื่องจากกำจัดแค่เพียงเส้นขนที่งอกออกมาไม่สามารถกำจัดถึงตัวรากขนได้ เส้นขนที่เกิดขึ้นหลังการโกนจะมีความแข็ง ผลข้างเคียง บางรายอาจเกิดอาการคัน ระคายเคืองผิว เสี่ยงต่อการเกิดการอักเสบหรือบาดแผลจากมีดโกน


2. การถอน

การถอนขนนั้นก็สามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการใช้แหนบถอน หรือการใช้เครื่องถอนขนไฟฟ้า โดยเส้นขนที่ถูกถอนออกมาจะหลุดออกมาทั้งเส้น และการถอนขนนั้นก็นิยมให้กับเส้นขนเฉพาะส่วน หรือบริเวณที่เส้นขนไม่เยอะมาก เมื่อถอนเส้นขนออกจะรู้สึกเจ็บปวด หรือมีอาการบวมแดงชั่วคราว ซึ่งถ้าหากดูแลผิวไม่ดีอาจทำให้เกิดปัญหาขนคุด รูขุมขนอักเสบ หรือผิวหนังอักเสบตามมาได้ เส้นขนที่ขึ้นใหม่จะมีลักษณะแบบเดิม บางเส้นที่ไม่ได้ถูกถอนจนถึงรากขนอาจจะมีลักษณะแข็ง ผลข้างเคียง มีโอกาสเกิดรู ขุมขนอักเสบเป็นตุ่ม (หนังไก่) มีโอกาสเกิดขนคุดเนื่องจากหลังจากการถอนผิวหนังจะมีการสร้างเซลล์ที่มีความหนาขึ้นมาปกคลุมรูขุมขน จึงทำให้ขนใหม่ไม่สามารถทะลุออกมาได้

3. เทคโนโลยีการกำจัดขนด้วยแสง


3.1 IPL (intense pulsed light)

ไม่ใช่พลังงานเลเซอร์ เป็นเพียงแสงความเข้มสูง ซึ่งปล่อยออกมาหลายๆความยาวคลื่นพร้อมกันในช่วง 400-1200 nm แสงที่ปล่อยออกมา หากจะนำมาใช้จะต้องทำการกรองให้ได้ความยาวคลื่นที่ต้องการก่อน โดยใช้กระจกกรองแสงหรือเรียกว่า cutoff filter เมื่อผ่านการกรองแล้ว จะเหลือแสงแค่เฉพาะช่วงความยาวคลื่นที่ต้องการ จากนั้นแสงในความยาวคลื่นแค่เฉพาะช่วงที่เหลือนี้จะถูกส่งมายังผิวหนัง

**ถ้าหากไม่กรอง แสงทั้งหมดจะออกมาพร้อมๆกัน อาจทำให้อุณหภูมิที่ผิวหนังสูงขึ้นอย่างมาก แม้พลังงานที่ออกมาจะน้อยกว่า LASER ก็ตาม อาจทำให้เกิดการ Burn ผิวหนังชั้นนอก (epidermis) จนเกิด PIH (Post-inflammatory hyperpigmentation) ได้ ผลลัพธ์ การกำจัดขน ต้องทำซ้ำ ประมาณ 6-12 ครั้ง และในแต่ละครั้งจะต้องเว้นช่วง ประมาณ 1 เดือน


3.2 Long Pulse Nd:YAG LASER

คือพลังงานเลเซอร์ที่มีช่วงความยาวของคลื่นอยู่ที่ 1064 nm ซึ่งจะใช้ความยาวของคลื่นสูง สามารถจับกับเม็ดสีของเส้นขนได้ดี ทำให้สามารถลงลึกถึงรากขนได้เยอะ แต่ ND-YAG ที่ลงลึกนั้นไม่ได้ไปจับกับ Melanin ที่รากขน ได้ทั้งหมดเหมือน Diode LASER เพราะมีการสูญเสียพลังงานบางส่วนไปกับน้ำในผิวก่อนที่จะถึงรากขน ตามหลักทฤษฎี Selective Photothermolysis ทำให้ประสิทธิภาพน้อยกว่า Diode LASER และโอกาสที่ผิวเราจะเบิร์น หรือเกิดอาการเจ็บแสบขณะทำก็จะสูงกว่า และข้อจำกัดของวิธีนี้คือใช้เวลาในการทำแต่ละครั้งค่อนข้างนาน หากทำในบริเวณกว้างๆ เช่น แขนหรือขา เนื่องจาก Spot size ของเลเซอร์มีขนาดเล็กกว่า Diode

ระยะเวลาการรักษาด้วยแสงเลเซอร์

เส้นขนจะหลุดร่วงไปในช่วง 1-2 สัปดาห์หลังยิงเลเซอร์ จะมีขนขึ้นได้ใหม่ แต่เส้นจะเล็กลงบางลง สีจางลง เพื่อให้ได้ผลดี ควรยิงซ้ำอย่างต่อเนื่องโดยเว้นช่วง 4-8 สัปดาห์จึงมาทำซ้ำได้


ข้อแนะนำหลังทำ

  • อาจเกิดผื่นเป็นตุ่มนูนแดง(follicular erythema) หลังยิงเลเซอร์ จะเป็นชั่วคราวหายได้เอง

  • หากเกิดการระคายเคืองแนะนำให้ทามอยส์เจอร์ไรส์เซอร์ควบคู่

  • ไม่แนะนำให้ขัด หรือสครับผิวในบริเวณที่ทำ ในช่วง 1สัปดาห์หลังทำ

  • ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดบริเวณที่ทำประมาณ 1 สัปดาห์ และทาครีมกันแดดทุกครั้ง




Diolight มีระบบ Cooling ทำความเย็นบริเวณที่สัมผัสกับผิว ช่วยปกป้องผิว ไม่ให้เสี่ยงต่อการเบิร์น เจ็บน้อย และปล่อยพลังงานได้คงที่ นอกจากนี้ยังมี Temperature sensor ช่วยควบคุมอุณหภูมิให้เสถียรคงที่ไม่เกิดน้ำแข็งเกาะบริเวณหน้าสัมผัส ช่วยลดอัตราเสี่ยงที่เกิด Frostbite และลดปริมาณน้ำแข็งที่อาจบดบังพลังงานเลเซอร์ที่ออกมาได้ Diolight สามารถเลือกทำได้ทุกส่วนของร่างกาย ใช้งานง่าย สะดวกและรวดเร็วเนื่องจากตัวเครื่องสามารถปรับความถี่ได้ตั้งแต่ 1-10Hz ช่วยประหยัดเวลาในการทำในบริเวณกว้างๆได้


ภาพแสดงลักษณะของหัว Diolight ระหว่างเปิดการใช้งาน