3 เรื่องเข้าใจผิด เกี่ยวกับการสลายไขมันด้วย Cavitation Ultrasound


1. กำจัดไขมันให้หายไปได้อย่างถาวร ด้วยการทำงานของเทคโนโลยี Cavitation Ultrasound นั้น คือการส่งผ่านคลื่นไปสู่ชั้นไขมัน ทำให้เกิดฟองอากาศพลังงานสูง เมื่อฟองอากาศที่เกิดรอบเซลล์นี้เเตกตัว ส่งผลให้ไขมันได้รับบาดเจ็บเเละหดตัวลง หรืออธิบายง่ายๆ คือการใช้เทคโนโลยี Cavitation Ultrasound ในการสลายไขมันนั้น ไม่ได้ทำให้ไขมันหายไปแต่เป็นการลดขนาดของไขมันให้เล็กลงมากกว่า ดังนั้น เซลล์ไขมันที่สลายด้วย Cavitation Ultrasound จึงไม่ได้ตายหรือหายไปเลยอย่างถาวร เพียงเเต่ช่วยลดขนาดเซลล์ไขมันให้เล็กลงเท่านั้น

2. ช่วยลดน้ำหนักได้ เเม้ว่าการสลายไขมันด้วยเทคโนโลยี Cavitation Ultrasound จะช่วยสลายไขมันได้ก็จริง เเต่ทั้งนี้เเละทั้งนั้นน้ำหนักในร่างกายของคนเรานั้นก็ไม่ได้ประกอบไปด้วยไขมันเพียงอย่างเดียว เเต่ยังมีองค์ประกอบอื่นร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็น น้ำ กระดูก เเละกล้ามเนื้อ อย่างที่บอกไปว่าสลายไขมันด้วยเทคโนโลยี Cavitation Ultrasound นั้นเเม้จะเป็นการช่วยลดขนาดเซลล์ไขมันให้เล็กลงเเละช่วยให้ผอมได้ก็จริง เเต่ก็ไม่ได้หมายความน้ำหนักจะลดลงตามไปด้วย เพราะการที่เรามีน้ำหนักมากหรือน้อยไม่สามารถการันตีได้ว่าเราอ้วนหรือมีไขมันมาก เเต่มันขึ้นอยู่กับองค์ประกอบอื่นๆ ร่วมด้วย ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่ามีร่างกายมีกล้ามเนื้อมาก หรือโครงสร้างของกระดูกใหญ่ก็เป็นได้

3. การสลายไขมัน Cavitation Ultrasound ก็เหมือนกับเทคโนโลยีสลายไขมันแบบอื่นๆ ต้องบอกเลยว่าการสลายไขมันของเเต่ละเเบบนั้นมีความแตกต่างกัน อย่าง Cavitation Ultrasound ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงที่ทำให้เกิดฟองอากาศพลังงานสูงในชั้นไขมันแล้วแตกตัวทำลายเซลล์ไขมัน ในขณะที่ cryolipolysis จะเป็นการใช้ความเย็นกระตุ้นเซลล์ไขมันให้เสื่อมสภาพ ส่วนเทคโนโลยี HIFEM จะใช้สนามแม่เหล็กในไฟ้าในการกระกล้ามเนื้อให้หดเกร็งอย่างต่อเนื่องเเละดึงเอาไขมันที่สะสมอยู่ออกมาใช้ เเละทั้งเทคโนโลยี cryolipolysis เเละ เทคโนโลยี HIFEM ต้องใช้ระยะเวลาค่อนข้างนานกว่าจะเห็นผลลัพธ์ เเต่เซลล์ไขมันก็จะถูกกำจัดเเละตายไปอย่างถาวร ส่วนเทคโนโลยี Cavitation Ultrasound นั้นสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังทำ เเต่เซลล์ไขมันไม่ได้ตายไปอย่างถาวรเพียงเเต่มีขนาดเล็กลงเท่านั้น

อย่างไรก็เเล้วเเต่ การสลายไขมันด้วยเทคโนโลยี Cavitation Ultrasound นั้นเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดไขมันเเละต้องการผอมลงอย่างเร่งด่วน เพราะสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังทำ เเละควรเข้ามาทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง 3- 5 ครั้ง (สัปดาห์ละ 1 ครั้ง) เพื่อประสิทธิภาพในการรักษานั่นเอง