แตกต่างอย่างไร HIFEM VS EMS เทคโนโลยีเพิ่มการหดเเละคลายตัวของกล้ามเนื้อ ลดปริมาณไขมัน



เทคโนโลยีสลายไขมันเพื่อรูปร่างได้มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา และมีความหลากหลายมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมีทั้งเทคโนโลยีที่สามารถสลายไขมันได้ถาวรเเละไม่ถาวร เทคโนโลยีที่กำลังเป็นที่พูดถึงในตอนนี้คงหนีไม่พ้น HIFEM และ EMS เทคโนโลยีที่ไม่เพียงเเค่ช่วยกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อเเต่ยังช่วยลดไขมันในร่างกายได้ด้วย วันนี้ไอบีจะอาสาพาทุกคนไปทำความรู้จักว่าทั้งสองเทคโนโลยีนี้มีการทำงานและมีความเเตกต่างกันอย่างไร เพื่อไว้เป็นทางเลือกให้กับผู้ที่ต้องการมีรูปร่างที่ดีได้นั่นเอง

เทคโนโลยี HIFEM (High Intensity Focused Electromagnetic Field)

เป็นเทคโนโลยีที่ใช้สนามเเม่เหล็กไฟฟ้าในการกระตุ้นกล้ามเนื้อ โดยสนามแม่เหล็กไฟฟ้าจะทำหน้าที่กระตุ้นให้เส้นประสาทสั่งการให้กล้ามเนื้อหดและคลายตัว ซึ่งการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อที่เกิดขึ้นจะมากกว่าการออกกำลังกายปกติ กล้ามเนื้อบริเวณที่ถูกกระตุ้นจึงมีความหนาเเน่นของมวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุที่กล้ามเนื้อทำงานหนักจึงทำให้ต้องการพลังงานมากขึ้นตามไปด้วย ร่างกายจึงต้องสลายไขมันที่สะสมอยู่ออกมาใช้จำนวนมาก ซึ่งไขมันที่ถูกสลายจะสูญเสียสภาพและตายไปในที่สุด อ่านบทความเพิ่มเติม >> https://www.ibaesthetics.com/post/supraemt

เทคโนโลยี EMS (Electrical Muscle Stimulation)

เป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นไฟฟ้าในการกระตุ้นกล้ามเนื้อ ให้เกิดการหดตัวเเละคลายตัวเพิ่มขึ้น โดยคลื่นไฟฟ้าจะทำหน้าที่กระตุ้นไปที่กล้ามเนื้อโดยตรง ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดและคลายตัว โดยต้องวางเครื่องมือให้ตรงกับตำแหน่งที่ต้องการ เพราะหากวางเครื่องมือคลาดเคลื่อนจะทำให้ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ การกระตุ้นด้วยกระเเสไฟฟ้าที่มีความเข้มสูงนี้ หากผู้ใช้ไม่มีความระมัดระวังอาจทำให้เกิดความรู้สึกเจ็บหรือเกิดอาการไหม้ตามมาได้

ความเเตกต่างของ เทคโนโลยี HIFEM เเละ เทคโนโลยี EMS

1. HIFEM ใช้สนามแม่เหล็กในการกระตุ้นไปที่เส้นประสาทให้สั่งการไปที่กล้ามเนื้อ จะส่งผลลงไปยังชั้น Subcutaneous muscle โดยไม่ต้องพึ่งตัวกลาง ส่วน EMS ใช้กระเเสไฟฟ้าในการกระตุ้นไปที่กล้ามเนื้อโดยตรง และต้องมีแผ่นเจลเป็นสื่อในการนำไฟฟ้าไปยังใต้ผิวด้วย

2. HIFEM ลงลึกไปยังใต้ผิวส่งผลต่อระบบประสาทที่ควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อพลังงานลงได้ลึกเหมาะแก่คนไข้ทุกรูปแบบ ต่างจาก EMS ที่พลังงานส่งผลเพียงชั้นบนและบางส่วนของกล้ามเนื้อเท่านั้นและถ้าคนไข้มีชั้น fat ที่หนาเกินไปการส่งพลังงานอาจจะไปถึงกล้ามเนื้อได้น้อยลง

3. เทคโนโลยี HIFEM สามารถปรับเปลี่ยนเฟสความถี่ได้ ส่งผลให้ระยะการรักษาเกิดการวอร์ม กระตุ้น ผ่อนคลาย และช่วยลดระบบของเสียจากการกระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้อได้ ซึ่งต่างจาก EMS ที่ค่าความถี่จะคงที่ทำให้ไม่มีการกระตุ้นของระบบการกำจัดของเสีย จึงอาจทำให้เกิดการล้าของกล้ามเนื้อได้




ดู 19 ครั้ง
0