ผสาน 2 นวัตกรรมสลายไขมัน RF ร่วมกับ Cryolipolysis เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น


มีหลายๆคนที่มีความรู้สึกกังวลกับรูปร่างที่ขาดความกระชับ ไม่ได้สัดส่วน มีเซลลูไลท์หรือไขมันส่วนเกิน ซึ่งปัจจุบันมีนวัตกรรมการสลายไขมันที่สามารถทำได้หลายวิธี ทั้ง cryolipolysis ที่เป็นการสลายไขมันด้วยความเย็น หรือการใช้ RF ทำลายเซลล์ไขมันด้วยความร้อน หรือแม้กระทั่ง Laser ก็สามารถนำมาใช้กำจัดไขมันได้ แต่วันนี้ ไอบี จะมาเเชร์เทคนิคการผสมผสานการทำงานร่วมกันของ 2 นวัตกรรมอย่าง RF และ Cryolipolysis ที่เป็น 2 นวัตกรรมที่มีความต่างแต่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว และทำให้ผลลัพธ์ในการลดไขมันมีประสิทธิภาพมากขึ้น ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกันว่าทั้ง RF และ Cryolipolysis นั้นคืออะไร และจะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร


RF (Radio Frequency) คืออะไร

เป็นนวัตกรรมกำจัดไขมันด้วยความร้อน โดยการปล่อยพลังงานไฟฟ้าที่มีความถี่ในช่วงคลื่นวิทยุลงสู่ชั้นใต้ผิวหนัง ทำให้อุณหภูมิในบริเวณนั้นเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงาน ไขมันในบริเวณนั้นจึงถูกเผาผลาญเเละลดปริมาณลงนั่นเอง เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องความหย่อนคล้อย ผิวไม่กระชับ และมีเซลล์ลูไลท์สะสม วิธีนี้จะช่วยลดไขมันเฉพาะส่วนได้ และเห็นผลได้ทันทีหลังการรักษา


ภาพการทำงานของ RF ที่มีผลต่อเซลล์ไขมัน


Cryolipolysis คืออะไร

เป็นนวัตกรรมกำจัดไขมันส่วนเกินด้วยความเย็นในอุณหภูมิติดลบที่เหมาะสม โดยส่งความเย็นเข้าสู่ไขมันใต้ผิวหนัง ความเย็นจะแช่แข็งเซลล์ไขมัน จนทำให้เซลล์ไขมันตาย คำถามที่เกิดตามมาคือ แล้วเซลล์ไขมันที่ตายไปอยู่ที่ไหน ? เซลล์ไขมันที่ตายจะถูกกำจัดไปตามกระบวนการธรรมชาติในร่างกาย อุณหภูมิเหมาะสมที่ควรใช้จะอยู่ในช่วง -2 ถึง -5 องศาเซลเซียส เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดไขมันเฉพาะส่วน เช่น ขา แขน หน้าท้อง เป็นต้น จะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนในช่วง 3 เดือนหลังทำ โดยค่อยๆเปลี่ยนแปลงช้าๆตามกระบวนการของร่างกาย


ภาพการทำงานของ Cryolipolysis ที่มีผลต่อเซลล์ไขมัน


นวัตกรรม RF ร่วมกับ Cryolipolysis ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าอย่างไร



จากหัวข้อข้างบนเราจะเห็นความต่างระหว่าง RF และ Cryolipolysis ว่ามันทำงานเเตกต่างกัน เพราะการทำ Cryolipolysis นั้นจะเน้นกำจัดเฉพาะเซลล์ไขมันโดยตรง จนเซลล์ไขมันตายไปอย่างถาวร แต่ไม่ได้ช่วยเรื่องการยกกระชับสัดส่วน หรือช่วยเรื่องความหย่อนคล้อยแต่อย่างใด ในขณะที่การทำ RF จะเป็นเพียงการลดไขมันให้มีขนาดเล็กลงแต่ไขมันไม่ได้หายไปถาวร ทำให้ผลลัพธ์ด้านการสลายไขมันจะไม่ดีเท่ากับการทำ Cryolipolysis แต่ข้อดีของการทำ RF คือจะช่วยให้ผิวกระชับขึ้น ลดความหย่อนคล้อย และรักษาเซลลูไลท์ได้ เนื่องจากความร้อนที่ส่งเข้าไปจะไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนนั่นเอง ด้วยการทำงานที่ต่างกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือการสลายไขมัน ทำให้ประสิทธิภาพที่ได้เพิ่มมากขึ้น

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2563 ที่ผ่านมา ได้มีงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสาร Dermatology research & practice โดยการทดลองใช้ RF ร่วมกับ Cryolipolysis ในการกำจัดไขมัน โดยใช้ RF นาน 15 นาที ในช่วงก่อน - หลังการทำ cryolipolysis เพียง 1 ครั้ง เมื่อวัดผลการทดสอบหลังจากระยะเวลาผ่านไป 6 สัปดาห์ พบว่า มีผู้เข้าร่วมการทดสอบร้อยละ 73.46 ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น คือมีไขมันในบริเวณที่รักษาลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด และร้อยละ 22.44 ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง ขณะที่ร้อยละ 4.08 มีไขมันเพิ่มขึ้นในบริเวณที่ทำ ซึ่งเทคนิคนี้เคยมีการศึกษามาก่อนในเซลล์ไขมัน และพบว่าช่วยให้เซลล์ไขมันเกิดการตายได้ดี

ดังนั้น วิธีดังกล่าวนี้จึงเป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ควรนำไปประยุกต์ใช้ เนื่องจากสามารถเห็นผลชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ แตกต่างจากการใช้ cryolipolysis เพียงอย่างเดียวที่ต้องทำมากกว่า 1 ครั้งถึงจะเห็นผลชัดเจน ในงานวิจัยจะเรียกวิธีนี้ว่า Heat Shock Lipolysis นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม การศึกษาดังกล่าวเป็นผลจากการวิจัยเพียงเท่านั้น เเต่สำหรับการนำไปใช้จริงควรระวังเรื่องความปลอดภัยและมาตรฐานของอุปกรณ์ที่นำมาใช้ รวมไปถึงปัจจัยทางกายภาพของผู้รับการรักษาด้วยเช่นกัน




อ้างอิงที่มา : Heat Shock Lipolysis: Radiofrequency Combined with Cryolipolysis for the Reduction of Localiz ed Subcutaneous Fat ; PMC7029295




ดู 12 ครั้ง
0