เจาะลึกปัญหา “ฝ้า” และ “กระ” ต่างกันอย่างไร

ช่วงนี้ออกจากบ้าน ไม่ใช่แค่โควิดที่มาแรง แดดเมืองไทยก็เเรงวิบวับไม่แพ้กัน



ปัญหาใหญ่บนใบหน้าของหนุ่มๆสาวๆที่สำคัญรองลงมาจากน้องๆสิวที่ขยันโผล่มาที่ แก้มซ้ายที แก้มขวาที ก็คงหนีไม่พ้นปัญหาเรื่อง “ฝ้า” และ “กระ” ที่เกิดขึ้นได้ในทุกเพศและทุกวัยใช่มั้ยล่ะ

วันนี้ “ไอบี” จะพาทุกคนไปทำความรู้จักพร้อมไขข้อสงสัยว่า เจ้าฝ้า กับ เจ้ากระ แตกต่างกันอย่างไร แถมยังมีวิธีป้องกันและรักษา “ฝ้า” และ “กระ” มาฝากทุกคนด้วยจ้า




ปัญหา “ฝ้า” และ “กระ”


สาเหตุหลักของการเกิด “ฝ้า” และ “กระ” นั้นเกิดมาจากการทำงานของเม็ดสี (Melanin) ที่ผิดปกติ โดยอาจเกิดจากการกระตุ้นบางอย่าง เช่น การใช้ยาบางชนิด ฮอร์โมน พันธุกรรม สารบางชนิดในเครื่องสำอาง แต่สาเหตุหลักที่สำคัญที่สุดก็คงเป็นการที่ผิวของเรานั้นโดนรังสี UV เป็นประจำนั่นเอง


ฝ้า (Melasma) มีลักษณะอย่างไร

ฝ้าจะเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือสีน้ำตาลอ่อนกว่าสีผิวปกติ มีลักษณะรอยปื้นๆอย่างเห็นได้ชัด แบ่งเป็น “ฝ้าตื้น” คือ เม็ดสีจะมีความลึกอยู่เพียงชั้นหนังกำพร้า สามารถรักษาให้ขาดได้ง่าย ส่วนฝ้าอีกชนิดหนึ่งคือ “ฝ้าลึก” จะมีความลึกของเม็ดสีอยู่ในระดับชั้นหนังแท้ รักษายากและใช้ระยะเวลาในการรักษาค่อนข้างนาน อาจจำเป็นต้องไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษา ฝ้าจะเกิดง่ายในผู้ที่อายุมาก หรือผิวไวต่อแสง และมักจะเกิดบ่อยบริเวณโหนกแก้ม

กระ (Freckle) มีลักษณะอย่างไร


กระมีลักษณะเป็นจุดเล็กๆ มีสีน้ำตาลอ่อนหรืออาจจะมีสีเข้มกว่าปกติก็ได้ ขึ้นกระจายอยู่ทั่วไปบริเวณใบหน้าและลำตัว เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัยและจะเกิดได้ง่ายขึ้นหากสัมผัสกับแสงเเดดบ่อยๆ โดยสามารถแบ่งได้เป็น 4 ชนิด



  1. กระตื้น มีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลเล็กๆ ผิวเรียบ กระจายทั่วใบหน้าและร่างกาย สามารถจางลงได้ ถ้าเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดด

  2. กระลึก มีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลเทาๆ อยู่ลึกลงใต้ผิวเห็นชัดกว่ากระตื้น สามารถรักษาให้หายขาดได้ เเต่ต้องใช้ระยะเวลาในการรักษา

  3. กระเเดด มีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาล ผิวเรียบ กระจายอยู่ทั่วบริเวณใบหน้าหรือนอกร่มผ้า จะยิ่งเข้มมากขึ้นเมื่อโดนแสงแดด

  4. กระเนื้อ มีลักษณะสีน้ำตาลหรือสีดำ เป็นก้อนเนื้อนูนออกมาเป็นตุ่ม ผิวเรียบหรือขรุขระ เกิดขึ้นได้ทั้งใบหน้า ลำคอ หรือลำตัว



มาดูวิธีการป้องกันและการรักษากัน



  1. หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่จะทำให้เกิดฝ้าและกระได้ง่าย เช่น แสงแดด หรือพยายามโดนแดดให้น้อยที่สุด อาจใช้ร่ม สวมหมวก ใช้ผ้าคลุม หรือทาครีมกันแดดที่มี SPF30 ขึ้นไป ก่อนสัมผัสแสงแดด 30 นาที เป็นต้น และอย่าลืมหลีกเลี่ยงตัวยาที่กระตุ้นการเพิ่มฮอร์โมน เช่น ยาคุมกำเนิด หรือ เลี่ยงเครื่องสำอางที่มีผลให้เกิดฝ้าด้วยน้า

  2. หลีกเลี่ยงความเครียดและหากิจกรรมเพื่อผ่อนคลาย พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น มะเขือเทศ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เป็นต้น ช่วยให้สุขภาพดีจากภายใน สู่ภายนอกเนาะ

  3. รู้จักวิธีการป้องกันมาแล้ว 2 ข้อ มารู้จักวิธีรักษาบ้างดีกว่า อย่างแรกคือ IPL (Intense Pulsed Light ) คือ แสงที่มีช่วงคลื่นแสงกว้างที่ถูกปล่อยออกมาพร้อมกัน มีความยาวของคลื่นแสงตั้งแต่ 400 ถึง 1,200 นาโนเมตร แสงจาก IPL จะเข้าไปทำลายเม็ดสี (Melanin) ในชั้นผิว ส่งผลให้เม็ดสีสลายไป ฝ้าและกระจึงลดลงไป แต่ “ไอบี” ต้องบอกก่อนว่า เนื่องจาก IPL จะไวต่อผิวสีเข้มได้ดีเพราะฉะนั้นชาวไอบีที่มีสีผิวค่อนข้างเข้ม อาจจะไม่เหมาะสมเท่าไหร่ หรือจะต้องระวังเป็นพิเศษหน่อย เพราะจะทำให้มีโอกาสผิวไหม้ได้

  4. LASER (Light Amplification By Stimulated Emission of Radiation) แสงที่มีคลื่นความถี่เดียว ลำแสงเลเซอร์จะส่งพลังงานลงไปยังบริเวณเม็ดสีที่ผิดปกติ ทำให้เม็ดสีบริเวณนั้นเเตกตัว กลายเป็นเม็ดเล็กๆ ที่ร่างกายสามารถกําจัดออกเองได้ ทั้งยังไปกระตุ้นการสร้างอีลาสตินและ คอล ลาเจนใหม่ ที่นอกจากจะทำให้ฝ้า กระ จางลงแล้ว ยังช่วยให้ผิวเรียบเนียน กระจ่างใสขึ้นอีกด้วย




เป็นอย่างไรกันบ้างชาวไอบีทุกท่าน แยกกันออกหรือยังเอ่ย ว่า “ฝ้า” และ “กระ” แตกต่างกันอย่างไร เมื่อรู้กันอย่างนี้แล้ว ชาวไอบีอย่าลืมดูแลสุขภาพผิวตัวเองให้ปลอดภัยห่างไกลจากฝ้าและกระ กันด้วยนะ จะได้เดินออกจากบ้านอวดผิวสวยๆอย่างมั่นใจกันไปเลย ช่วงนี้โควิดกำลังระบาด ถ้าต้องออกไปข้างนอกเมื่อไหร่ อย่าลืมใส่หน้ากากและพกเจลแอลกอฮอล์กันด้วยน้า




ดู 12 ครั้ง
0